Jan 18

แอมเวย์คาดเศรษฐกิจโลก-การเมืองฉุดตลาดขายตรงปี 2553 ถดถอย แต่ยังขยายตัว 7% เตรียมปรับสัญลักษณ์ใหม่ทั่วโลกเป็นครั้งแรกรอบ 50 ปี

นายกิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในปี 2553 จะยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบ คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน แม้ว่าขณะนี้เชื่อว่าการถดถอยจะอยู่ในจุดต่ำสุดแล้วก็ตาม และยังมีความวิตกกังวลเรื่องการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่แน่นอนเช่นกัน  ทำให้การขยายตัวของธุรกิจนี้จะอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ประมาณ 7% เท่านั้น

ในส่วนของแอมเวย์ จะยังคงรักษาการเติบโตต่อไปได้ โดยปีหน้าแอมเวย์ทั่วโลกจะเปิดตัวสัญลักษณ์ใหม่ (Amway Brand Signature) เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี เพื่อสร้างการจดจำและรับรู้ในความเป็นตัวตนธุรกิจต่อนักธุรกิจและผู้บริโภคมากขึ้น  โดยเพิ่มสัญลักษณ์ใหม่ ระลอกคลื่นวงกลม 4 สี  ประกอบด้วย สีเขียว คือตัวแทนสินค้าหมวดสุขภาพ, สีแดงตัวแทนสินค้าหมวดความงาม, สีน้ำเงิน แทนสินค้าสำหรับใช้ภายในบ้าน และสีแพลทินัม แทนโอกาสทางธุรกิจของแอมเวย์และเกี่ยวข้องกับทุกๆ คน

“เราทำธุรกิจขายตรงในตลาดทั่วโลกมานาน 50 ปีแล้ว เป็นอีกช่วงเวลาต้องปรับตัวเอง ทำให้แบรนด์แอมเวย์มีความสดใส  ทันสมัยใหม่ เป็นเทรนดี้มากขึ้น” นายกิจธวัช กล่าว

ในไทยกำหนดจะเปิดตัวสัญลักษณ์ใหม่ในเดือนม.ค. 2553 เน้นลูกค้าคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น ในส่วนของนักธุรกิจของแอมเวย์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็เติบโตขึ้นเช่นกัน เฉลี่ยปีละ 1-2% หรือมีสัดส่วนราว 35% ของนักธุรกิจแอมเวย์ทั้งหมด

นายกิจธวัช กล่าวว่า ในส่วนของแผนธุรกิจในปี 2553 จะยึดแนวทางการตลาดภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.Customer Focus  ด้วยการมุ่งเน้นศึกษาความต้องการของผู้บริโภคในทุกๆ ด้าน เพื่อนำมาแปรเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ  2.Performance Driven การมีแผนงานที่เน้นผลลัพธ์และประสิทธิภาพทั้งของบริษัทและนักธุรกิจ   และ 3.Innovation นำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม บูรณาการ วิธีการบริหารจัดการและช่องทางต่างๆ ให้ดีขึ้น รวมไปทุกรูปแบบ การทำงานที่พร้อมปรับเปลี่ยน คาดว่าโดยรวมกลยุทธ์ต่างๆ จะมีความเข้มขึ้น และไม่ต้องปรับตัวมากนัก เนื่องจาก บริษัทได้วางแผนแม่บทในการขยายธุรกิจรองรับการเติบโตปีละ 10-15% และจะมียอดขายที่ 2 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2555

ผลประกอบการในปี 2552  คาดว่ามียอดขาย 1.32 หมื่นล้านบาท เติบโต 14%  สูงกว่าเป้าหมายตั้งเป้าเติบโต 7% จากปีที่แล้วที่ทำได้ 1.11 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายในภูมิภาคอาเซียน และถือเป็นยอดขายสูงสุดในรอบ 22 ปีของแอมเวย์ ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในเมืองไทย

Tags: , , , , , , , , ,

Related posts

Tagged with:
Jan 18

ไม่มีใครแก่เกินงาน “ปรีชา ประกอบกิจ” พิสูจน์ให้เห็นในวัย 60 ปีเศษกับภารกิจปั้นยอดขายแอมเวย์ สู่ 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2010

สิ่งหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาขององค์กรยุคนี้ คือ ขาดแคลนคนรุ่นเก๋า หรือที่เหล่าบรรดาเอชอาร์ทั้งหลายให้คำจำจัดความเจเนอเรชั่นนี้ว่า เบบี้บูมเมอร์ส (Baby Boomers) หรือคนรุ่นที่เกิดในช่วงปี 1965 ย้อนกลับไปถึงประมาณช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เหตุเพราะความ “เก๋า” ไม่สามารถสร้างได้เพียงข้ามคืน

ทำให้ผู้บริหารระดับสูงๆ ในองค์กรหลายต่อหลายแห่งต้องยืดอายุเกษียณงานออกไปอีก เพื่อรอให้เบอร์สอง เบอร์สามแกร่งพอเสียก่อน ถึงค่อยวางมือได้

..แต่การคงอยู่พร้อมๆ กับ “ไฟ” ในการทำงานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องทำงานในหน้าที่ ยังต้องเป็น “ต้นแบบ” เพื่อผลผลิตที่ดีในรุ่นต่อๆ ไป

เช่นเดียวกับ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) ธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ในประเทศไทย เมื่อ ปรีชา ประกอบกิจ ยังต้องนั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ด้วยวัย 60 ปีเศษ

“ตัวเราก็ไม่ได้เข้มแข็งและมีพลัง เหมือนเมื่อ 40 จึงต้องมีคนที่สืบทอด แต่จะทำอย่างไรถึงจะหาคนมารับช่วงได้ เราก็ต้องเปิดโอกาสให้เขามีโอกาสได้ลงมือทำ และค่อยๆ ถอนตัวออกมายืนอยู่ในฐานะพี่เลี้ยง”

และเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าไปพร้อมๆ กับการสร้าง “ตัวตาย” “ตัวแทน” ทุกคนในแอมเวย์ (ประเทศไทย) จึงคุ้นเคยกับ ปรีชา ประกอบกิจ ในนามของ “พีพี” ที่ปฏิบัติตนเหมือน “พี่ใหญ่” คอยให้คำปรึกษาและดูแลน้องๆ มากกว่า “บอส”

“ก็ผมแก่ที่สุด น้องๆ ทุกคนก็จะเกรงใจ แต่ไม่ใช่กลัว”

ปรีชาเริ่มทำงานที่แอมเวย์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ด้วยความมุ่งมั่นว่าต้องก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารมือหนึ่งในบริษัทข้ามชาติ

จากนั้นเขาก็ทำงานในแอมเวย์ (ประเทศไทย) ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความคิดในเชิงบวกจะเป็นอิทธิพลสร้างให้คนก้าวหน้าเสมอ”

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว พาเขามาถึงในจุดที่หวังกับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) ที่มียอดขายสินค้าต่อปีมากกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

ปรีชาบอกว่า เขาไม่ใช่คนเก่งทฤษฎี ทุกอย่างที่ปรากฏในการทำงานล้วนแต่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง ด้วยความคิดต้นทางที่ เราเป็นเถ้าแก่มากกว่าเป็นนักบริหาร

เพราะสิ่งใดก็ตามถ้าเป็นของเราเอง เราจะทำอย่างเต็มที่ ขยันขันแข็ง และทำอย่างใส่ใจ มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเอง เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ และเมื่อได้มาแล้วก็จะให้การดูแลรักษาอย่างดีที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่า เรารู้ว่า เราทำเพื่อตัวเอง

นอกจากนี้ หากตระหนักลึกถึงคำว่า “เถ้าแก่” แล้ว จะทำให้กล้าที่จะลองผิด ลองถูกมากกว่า ผิดก็กล้าที่จะลองใหม่ สำคัญคือ อย่าไปทำผิดซ้ำเดิม

อีกสิ่งที่พนักงานทุกคนในอาณาจักรแอมเวย์ (ประเทศไทย) จะคุ้นเคยกันดี สำหรับพฤติกรรมของ “พีพี” ท่านนี้ กับแนวคิดเชิงบวกของเขาก็คือ

“ขออภัย” คำพูดติดปากที่เขาใช้กับพนักงานทุกระดับ ด้วยเพราะมีความเชื่อว่า สิ่งที่ทำ กับคำพูดบางคำ แม้จะคิดว่าดีแล้ว ก็ยังอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้หนึ่งผู้ใดได้โดยไม่รู้ตัว ฉะนั้น การที่ขออภัยไว้ก่อน จึงไม่ใช่เรื่องเสียใดๆ หากจะทำให้กลายเป็นความเคยชิน

สิ่งเหล่านี้ยังสะท้อนได้ถึงปรัชญาการดำเนินชีวิตและการทำงานของปรีชา ในมุมที่เจ้าตัวยกความดีให้กับปรัชญาในการทำธุรกิจของแอมเวย์ ที่เชื่อมั่นในความเป็น “คน”

“มนุษย์ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าๆ กัน เราต้องเคารพ เราต้องประพฤติกับเขาเหมือนกับที่อยากให้เขาปฏิบัติกับเรา”

จากปรัชญาในการทำธุรกิจของแอมเวย์ ที่ฝังรากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นำไปสู่หลักในการบริหารจัดการของแม่ทัพใหญ่อย่าง ปรีชา ประกอบกิจ

ที่แอมเวย์เชื่อว่า “มนุษย์” ทุกคนทำอะไรก็ได้ จึงเป็นฐานที่ส่งเสริมให้ทุกคนได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจบนถนนสาย “เถ้าแก่”

เช่นเดียวกับปรีชา ที่นอกจากจะเชื่อว่า ถ้าต้องการความสำเร็จต้องทำให้คนที่อยู่รอบข้าง (ทีมงาน) สำเร็จก่อน เมื่อเขาทำสำเร็จ เขาก็จะตั้งใจทำงานและนำเราไปสู่ความสำเร็จ เราจึงได้ความสำเร็จตามมา

เขายังเชื่อในเรื่องของความมุ่งมั่น (ambition)

ประสบการณ์หนึ่งที่เชื่อว่าพนักงานทุกคนในองค์แอมเวย์จำไม่ลืม เมื่อ “พีพี” ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของพวกเขารุกขึ้นมาประกาศยุทธศาสตร์รบในธุรกิจขายตรงของแอมเวย์ (ประเทศไทย) ในวาระก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ด้วยทรงผมใหม่ “สกินเฮด”

พร้อมกับความมุ่งมั่นที่ว่า เมื่อแอมเวย์ต้องก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับเป้าหมายที่ต้องมียอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า นั่นหมายความว่า ปี ค.ศ. 2012 แอมเวย์ (ประเทศไทย) ต้องมียอดขาย 2 หมื่นล้านบาท และคงเป็นแชมป์ในธุรกิจขายตรงในประเทศไทยต่อไป

“เพื่อที่จะเปลี่ยนตัวเองเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ก่อนที่จะไปเปลี่ยนใคร ต้องเปลี่ยนตัวเอง เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงนี้ ผมอยากที่จะเห็นธุรกิจแอมเวย์เข้าสู่ทศวรรษที่ 3 อย่างมั่นคง”

สิ่งที่ปรีชาทำสะท้อนให้คนรอบข้างรับรู้ได้ถึง “ไฟ” ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สำคัญเขายังสนุกที่จะทำงาน โดยที่ไม่ปล่อยให้อายุเข้ามาเป็นตัวกำหนดความกระตือรือร้น

Tags: , , , , ,

Related posts

Tagged with:
Jan 18

> เปิดขุมทรัพย์ท็อปขายตรง


เปิดบัญชีเหล่าค่ายขายตรงระดับท็อปหลังปิดตลาดปีวัว แอมเวย์ยังคงผงาดครองแชมป์ รองลงมาเป็น มิสทิน, กิฟฟารีน ตามลำดับ เหล่าบริษัทหน้าใหม่ตบเท้าช่วยกันเขย่าวงการ ชี้แค่ 13 บริษัท จับกลุ่มฟันเงินเข้ากระเป๋าเฉียด 5 หมื่นล้าน

หลังจากต่อสู้ด้วยกลยุทธ์การตลาดมาหนึ่งปีเต็ม ในช่วงปีวัวที่ผ่านมา ถึงเวลาที่เหล่าบริษัทขายตรงน้อยใหญ่ต้องเปิดบัญชีรายรับมาอวดกันตามประสาคนรวย โดยดูเหมือนว่าท่ามกลาง เศรษฐกิจที่ซบเซาแต่วงการนี้กลับเฟื่องฟูแบบสวนกระแส แต่บริษัทใดจะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากน้อยอย่างไร คงต้องดูกัน

> แอมเวย์ ครองแชมป์งดงาม

ยังคงเป็นบริษัทขายตรงเบอร์หนึ่ง เช่นเดิม สำหรับ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่สามารถปิดยอด ขายปี 52 ที่ผ่านมา ได้อย่างเป็นเอกฉันท์ ด้วยตัวเลข 1.37 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อ มองไปที่การคว้าแชมป์ของแอมเวย์นั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรผิดคาดประการใด เนื่องจากบริษัทขายตรงยี่ห้อนี้ เป็นบริษัทที่ไร้คู่ชกที่จะต่อกรแบบสูสีมานาน

ด้วยความเป็นบริษัทที่มาจากประเทศมหาอำนาจ อย่างสหรัฐอเมริกา หรือเปล่าที่ทำให้แอมเวย์เป็นที่นิยมชมชอบของเหล่าผู้บริโภคชาวไทย แต่สิ่งที่เด่นชัดนั่นก็คือการวางกลยุทธ์การตลาดที่มักมีอะไรมานำเสนออยู่ตลอด โดยตลอดเวลาที่แอมเวย์เข้ามาสร้างฐานทัพในไทย บริษัทนี้ก็จะพยายามที่จะใช้สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ รวมถึงสื่อโทรทัศน์ ในการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคโดยตลอด นี่อาจเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แอมเวย์ครองแชมป์ด้านยอดขายมาอย่างยาวนาน

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีที่ผ่านมา อย่าง ARTISTRY ที่ได้ทำ การผุดผลิตภัณฑ์ ARTISTRY TIME DEFIANCE LIFTING EYE CREAM นวัตกรรมการลดเลือนริ้วรอย ผิวรอบดวงตา ที่บริษัทวางเป้ายอดขายทั้งปี 52 ไว้ที่ 80 ล้านบาท ซึ่งหากรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นในหมวด ARTISTRY ก็จะดันยอดขายกลุ่มนี้ได้ถึง 3 พันล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ แต่แอมเวย์ยังมีการ ฉลอง 75 ปี ผลิตภัณฑ์นิวทริไลท์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ โดยได้ทำการจัดแถลงข่าว และ โหมโฆษณาตามช่องทางต่างๆ จนทำให้หมวดผลิตภัณฑ์นี้ เป็นอีกหนึ่งขุนพลสำคัญที่ดึงยอดขายของบริษัทขึ้น อย่าง เป็นประวัติการณ์

หากเทียบการเติบโตในปี 2551 แอมเวย์ปิดยอดขายอยู่เกือบ 1.1 หมื่น ล้านบาท ส่วนปี 2552 สามารถปิดยอด ได้ถึง 1.37 หมื่นล้านบาท หรือเทียบเป็นการเติบโตอยู่ที่ 17% และหากมองย้อนหลังไป บริษัทก็มียอดการขยาย ตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้หลายบริษัทที่ทำธุรกิจขายตรง รู้สึกเบื่อหน่ายกับการแข่งขันกับแชมป์ผู้นี้แล้วเหลือเกิน

> ดึงเพชราสร้างยอด เข้าป้ายเบอร์ 2

สร้างความฮือฮาไปทั่วสำหรับ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ มิสทิน ที่ทำการดึงนางเอกตลอดกาลอย่าง เพชรา เชาวราษฎร์ ซึ่งห่างหายจากวงการไปกว่า 30 ปี จากปัญหาทางสายตา ออกมาเล่นโฆษณาให้กับบริษัท ถึงแม้จะเป็นโฆษณาทางทีวีที่ค่อนข้างสั้นแต่มิสทินก็สามารถปลุกกระแสให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจบริษัทได้อย่างท่วมท้น

ไม่เพียงเท่านี้ ที่ทำให้มิสทินยืนหยัดอยู่บนแท่นอันดับสองของบริษัทขายตรงเมืองไทย ในเรื่องของยอดขาย แต่มิสทินยังเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่มักโฆษณาผ่านสื่อเพื่อหาสมาชิกนักขาย มาเป็นโฆษณาสร้างแบรนด์รวมถึงการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ด้วยการดึงดารานักแสดงผู้มีชื่อเสียงมาเป็นพรี-เซ็นเตอร์ให้กับบริษัท

โดยในปีที่ผ่านมา มิสทินปิดยอดขายอยู่ที่ 8.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ 45% เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ปิดยอดขายอยู่ที่ 6 พันล้านบาท

ทั้งนี้ จากการเติบโตที่กล่าวมา ที่ทำให้มิสทินเข้าป้ายเป็นที่สองยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ นั่นคือการออกแค็ตตาล็อกฟรายเดย์ ที่ทำให้การสั่งสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ เพราะผู้บริโภคมีความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น

> กิฟฟารีน เชิดหน้า รับเหรียญทองแดง

บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ภายใต้การกุมบังเหียนของ ผู้บริหารหญิง ที่กวาดรางวัลนักบริหาร มาทั่วสารทิศอย่าง พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ สามารถปิดยอดขายปีที่ผ่านมาได้อยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท วิ่งแตะเข้าเส้นเป็นอันดับสามได้อย่างน่าภาคภูมิ

เนื่องจากบริษัทนี้ เป็นบริษัทขายตรงสัญชาติไทย ซึ่งทำการลุยตลาดอย่าง หนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยเน้นไปที่การสร้างแบรนด์ให้เป็นแบรนด์ขายตรงสำหรับ คนรุ่นใหม่ผู้ร้อนวิชา โดยในช่วงปลาย ปี 52 ยังได้จัดโครงการสร้างแบรนด์ กิฟฟารีน ที่เปิดโอกาสให้เหล่านักศึกษา ในรั้วมหาวิทยาลัย ได้ส่งผลงานการสร้าง แบรนด์ชิงเงินรางวัลหลักแสน ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่กิฟฟารีนพยายามดึงคนรุ่นใหม่เข้าระบบขายตรงมากขึ้น

จากอัตราการเติบโต 10% ตามที่กล่าวมาในส่วนของยอดขายเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 ที่ทำได้ 3.9 พันล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งต้องยกผลประโยชน์การสร้างแบรนด์ ที่เป็นปัจจัยดึงสมาชิกหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพได้อย่างเป็นปรากฏการณ์ ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี ที่มีสมาชิกเกิดใหม่ถึง 1.8 แสนรหัส สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ดึงยอดขายให้กับบริษัทลูกหม้อไทย

> l4 บริษัทชิงท็อปไฟว์ ฝุ่นตลบ

ยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ที่สามารถปิดตลาดปีโคได้ถึง 3.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ 24% เมื่อเทียบกับปี 51 ที่ปิดตลาดที่ 2.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากมายนักสำหรับขายตรงค่ายนี้

จากตัวเลขที่กล่าวมา ดันให้ซูเลียนกลายเป็นบริษัทอันดับที่สี่ในด้านยอดขาย ส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่ายขายตรงนี้เข้ามายืนอยู่ที่อันดับสาม เพราะการเปิดตัวของเหล่าเอเจนซีที่มีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศในปัจจุบัน และยังมีทีท่าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต นี่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ซูเลียนกลายเป็นยักษ์ตัวใหม่แห่งวงการ

ขยับมาที่อันดับ 5 ของปี 52 ก็เป็นของ บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่สามารถปิดยอดขายได้อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท เทียบอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5% เมื่อเทียบกับปี 51 ที่ปิดได้อยู่ที่เกือบ 2.4 พันล้านบาท

ซึ่งเป็นการเติบโตที่ไม่มากนัก เนื่องจากปัญหาต่างที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ และการเมือง จนทำให้การเติบโตเป็นไปไม่ได้ดั่งใจนัก แต่ก็ถือว่าเป็นการขยายตัวที่ยอมรับได้สำหรับผู้บริหาร เนื่องจากคาดคะเนก่อนหน้านี้ไว้แล้วว่า การเติบโตในปี 52 คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก แต่ก็พยายามที่จะสร้างยอดให้มากว่าปีที่ผ่านมา

ตามมาติดๆ กับบริษัทขายตรงข้ามชาติรายใหม่แห่งวงการ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่สามารสร้างการเติบโตได้ถึง 200% คิดเป็นเงิน 2.5 พันล้านบาท โดยตัวเลขที่ปิดไว้ในปี 51 นั้นอยู่ที่ 820 ล้านบาท

ด้วยกลยุทธ์รวมถึงวิสัยทัศน์ ของเหล่าผู้นำที่ทำให้บริษัทนี้กระโดดแตะป้ายมาอยู่ที่อันดับ 6 ในปีที่ผ่านมา จนเริ่มส่งความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ ว่าคงมีปีใดที่ขายตรงแบรนด์นี้ จะสามารถกลายเป็นบริษัทที่ทำให้ยักษ์ใหญ่รายเก่าๆ ต้องตกแท่นเลยก็เป็นได้

อีกหนึ่งบริษัทที่กระโดดเข้าป้ายอย่างน่าตกตะลึงนั่นคือ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด โดยในปี 2551 ทำยอดขายไว้ที่ 398 ล้านบาท แต่ในปี 52 ที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้ถึง 2 พันล้านบาทคิดเป็นอัตราการเติบโตได้ถึง 400% ซึ่งเป็นการสั่นสะเทือนวงการได้อีกครั้งของบริษัทหน้าใหม่

> อีก 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ชูคอติด 1 ใน 10

บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับการเป็นบริษัทขายตรง ขวัญใจมหาชน ที่สามารถสร้างอัตราการเติบโตได้ถึง 54% ปิดยอดขาย ปี 52 อยู่ที่ 1.85 พันล้านบาท โดยปี 2551 ปิดยอดไว้ที่ 215 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างดี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่แปรปรวน

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการรุกตลาดเข้าสื่อมากขึ้น ทั้งยังได้มีการจัดตั้ง “นีโอ ทีวี” ที่เป็นช่องทางการเข้าถึงเหล่าสมาชิก รวมถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีขึ้น โดยบริษัทพยายาม ที่จะโหมทำตลาดช่องทางนี้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

อันดับ 9 เป็นของ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ ที่รู้จักกันทั่วในนามของ “หมอเส็ง” ที่ได้ทำการทุ่มทุนสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่กว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นอาคารที่จะสร้างความครบวงจรให้เกิดขึ้นกับบริษัท ทั้งยังมีโรงงานในพื้นที่อีกด้วย

หมอเส็ง ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักมานานในการเป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่าย ยาสมุนไพรต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วไป จนดันยอดขายในปี 52 ให้ขึ้นไปแตะอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท เติบโตกว่าปี 51 ถึง 30% ซึ่งในปี 2551 มียอดขายอยู่ที่ 266 ล้านบาท

ส่วนอันดับสุดท้ายในตารางท็อปเท็นเป็นของ บริษัท ไลฟ์สไตล์ แปซิฟิค ริม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายยาสมุนไพรแบรนด์อินทรา ที่สามารถปั่นยอดในปี 52 ได้อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ 50% เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ปิดยอดไว้ที่ 585 ล้านบาท

> จับตาบริษัทพันล้าน

นอกเหนือจาก 10 อันดับในเรื่องของยอดขายที่เหล่าบริษัทขายตรงทำได้ในปีที่ผ่านมา ยังมีอีก 3 บริษัทที่มียอดขายในระดับพันล้าน ทั้งยังเป็นบริษัทที่น่าจับตามองในปี 53 นี้ นั่นคือ บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปิดตลาดปี 52 ไว้ที่ 1.47 พันล้านบาทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 15% จากปี 51 ที่ปิดไว้ที่ 1.14 พันล้านบาท รองลงมาคือบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่จอเก๋าอย่าง บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่เปลี่ยนชื่อจากเดิมคือ “เจริญโอสถ” โดยปิดตลาดปีวัวที่ 1.2 พันล้านบาท โต 15% เมื่อเทียบกับปี 51 ซึ่งเป็น ผลมาจากการเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้า ของบริษัท ภายใต้ชื่อ “จอยมาร์ท” ที่ทำให้สินค้าของบริษัทเข้าถึงผู้บริโภค มากขึ้น

บริษัท เอเจล เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงเชื้อสายสหรัฐอเมริกา จัดเป็นบริษัทน้องใหม่สำหรับขายตรงไทยที่เข้ามาปักธงรบในประเทศไทยยังไม่ถึง 2 ปีดีก็สามารถทำยอดขายในหลักพันล้านเป็นที่เรียบร้อย โดยปิดไว้ที่ 1.1 พันล้านบาทในปี 52 โตกว่าปี 51 ถึง 130% ที่ปิดอยู่ที่ 448 ล้านบาท

ทั้งนี้การขยายตัวของเหล่าบริษัทขายตรงดังที่กล่าวมา ส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะการที่เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน จนส่งผลกระทบมาที่ประเทศ ไทย และทำให้คนตกงาน นำไปสู่การ หาธุรกิจที่มีรายได้แต่ไม่มีข้อจำกัดในการสมัครมากนัก จนทำให้ธุรกิจประเภทนี้ขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา

Tags: , , , , , , , , ,

Related posts

Tagged with:
Jan 15

แอมเวย์ระดมอาสาสมัครสร้างบ้านเพื่อเด็ก โครงการ “จิมมี่ – โรสลิน คาร์เตอร์ สร้างบ้าน” ลุ่มน้ำโขง 2552

นาย ปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด  และประธานกรรมการมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย (ยืนตรงกลาง) พร้อมอาสาสมัครนักธุรกิจแอมเวย์ และพนักงาน รวม 30 ชีวิต ลงพื้นที่ก่อสร้างบ้านแก่ครอบครัวผู้ยากไร้ที่อยู่อาศัย ณ หมู่บ้านหนองก้นครุ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในกิจกรรม “แอมเวย์สร้างบ้านเพื่อเด็ก” ภายใต้โครงการ จิมมี่ – โรสลิน   คาร์เตอร์ สร้างบ้าน” ลุ่มน้ำโขง 2552 เมื่อวันที่15-20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ หมู่บ้านหนองก้นครุ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

ในภาพคือบ้านของครอบครัวนายมานิตย์ ตวงขันธ์ หนึ่งในบ้านที่อาสาสมัครแอมเวย์ร่วมกันสร้างได้แล้วเสร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ในการสร้างที่อยู่อาศัย 82 หลังให้แก่ครอบครัวผู้ยากไร้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 82 พรรษา

Tags: , , , , ,

Related posts

Tagged with:
Jan 15

ADA — Amway is donating $100,000 to disaster relief efforts in Haiti — as well as matching contributions its employees and distributors make through its Web site amway.com.

The Ada-based direct seller says its initial $100,000 donation will be split between the American Red Cross and SOS Children’s Village.

“We are fully committed to offering assistance quickly and meaningfully,” said Jim Hunking, managing director of Amway operations in the Caribbean.

While Amway doesn’t have offices in island nation, the company does have few hundred distributors — also know as Independent Business Owners — there selling products through its Amway Global division.

Amway is checking on the welfare of those distributors and their families, the company said.

“Our hearts go out to the victims, and we will be there to help Haiti recover from this tragedy and put the country back together.”

By Shandra Martinez | The Grand Rapids Pres…

January 14, 2010, 11:10AM
Tags: , , , ,

Related posts

Tagged with:
Jan 15

เติมเต็มชีวิตผู้ยากไร้

งานการกุศลส่งท้ายปี 2552 ที่ถือว่าเป็นงานที่ได้เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคนที่อยากมีบ้านแต่ไม่มี กำลังทรัพย์เพียงพอ เป็นมหกรรมการสร้างบ้านที่มีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุดในโลก ร่วม 3 พันคน กับโครงการ “จิมมี่-โรสลิน คาร์เตอร์ สร้างบ้านลุ่มน้ำโขง 2552”

มหกรรมสร้างบ้านให้กับผู้ยากไร้ที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง และแน่นอน ผู้ยากไร้ในเมืองไทยก็ได้รับอานิสงส์นี้ด้วย โดยก่อสร้างบ้านจำนวน 82 หลัง บนพื้นที่ 17 ไร่ ณ หมู่บ้านหนองก้นครุ ตำบลเมืองเล็น อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างองค์การที่ อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติสากล มูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติ ประเทศไทย โดยความสนับสนุนจากองค์กรเอกชนจำนวนมากที่มีจิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจกันเนรมิตฝันของผู้ขาดแคลนที่อยู่อาศัยให้เป็นจริง

ในปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลกอาศัยอยู่ในบ้านชำรุดทรุดโทรม และมากกว่า 100 ล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย  แม้ทุกชีวิตจะมีความต้องการความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เพราะไร้ทางเลือกจึงจำเป็นต้องอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม  โดยยอมเจียดรายได้อันน้อยนิดเป็นค่าเช่า

สำหรับประเทศไทยเองพบว่า มีประชากรที่ประสบปัญหาต้องการที่อยู่อาศัยมีมากกว่า 350,000 ครัวเรือน และประชากรเกือบ 8.2 ล้านคนดำรงชีวิตอยู่ในสถานที่เสื่อมโทรม สกปรก ไม่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลร้ายต่อคุณภาพชีวิต

นายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด และประธานกรรมการมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย หนึ่งในเอกชนผู้สนับสนุนมหกรรมการสร้างบ้านเพื่อผู้ยากไร้ครั้งนี้ กล่าวว่า บ้านนับเป็นสิ่งสำคัญของครอบครัว หลายครอบครัวแม้จะช่วยการทำงานแล้วก็ยังมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่านเงื่อนไขของการขอกู้ซื้อบ้านจากสถาบันการเงิน

“โครงการนี้นับเป็นความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ยากไร้ขาดแคลน ที่จะมีบ้านในราคาที่พวกเขาสามารถผ่อนชำระตามรายได้ที่ได้ และนอกจากสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว แอมเวย์ยังระดมอาสาสมัครมาร่วมสร้างบ้าน  ร่วมกับอาสาสมัครจากทั่วโลกอีกด้วย”

นายมานิตย์ ดวงขันธ์ และนางผ่องพรรณ มีหินกอง  สามี-ภรรยา เจ้าของบ้านเลขที่ 50 ผู้ได้เป็นเจ้าของบ้านหลังแรกในชีวิต กล่าวด้วยความยินดีว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกในชีวิต ที่ผ่านมาต้องเช่าบ้านอยู่เดือนละกว่า 3 พันบาท ค่อนข้างมีชีวิตลำบากเพราะมีรายได้น้อย บ้านใหม่หลังนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากขึ้น เพราะค่าผ่อนบ้านประมาณเดือนละ 1 พันกว่าบาท ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยังได้บ้านมาเป็นของตนเอง ที่ดีใจกว่านั้นคือจะมีบ้านให้ลูกสาวที่อายุ 7 ขวบ พอลูกโตขึ้นไปจะได้มีอนาคตที่ดี ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่

นายมานิตย์ บอกว่า เคยคิดอยากมีบ้านของตัวเองหลายครั้ง และเคยไปดูไว้หลายที่ แต่ไม่มีกำลังซื้อ พอทราบข่าวโครงการนี้ก็ไปสมัครร่วมคัดเลือก  หลังจากได้รับเลือกโดยสมาชิกของทุกบ้านต้องมีส่วนร่วมกับโครงการ ต้องช่วยกันทำอิฐ เป็นเวลารวม 400 ชั่วโมง ประมาณ 3 เดือนจึงเสร็จ ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่การสร้างบ้านอย่างเดียว แต่ยังสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งการทำกิจกรรมร่วมกันเช่นนี้ช่วยให้เรียนรู้นิสัยใจคอกันและรู้จักกันมากยิ่งขึ้น

“หลังจากที่ครอบครัวของเราได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ เรามีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก มีบ้านที่สะอาดถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่ความสุขของตัวเองจากการปลูกต้นไม้ไว้รอบ ๆ บ้าน มีเพื่อนบ้านและสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่สำคัญที่สุดคือความสุขทางใจที่เกิดขึ้นจากการที่เราได้อาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นของเราเอง ไม่ต้องเช่าใครอยู่อีกต่อไป และดีใจที่ได้เห็นภรรยาและลูกสาวมีความสุข อยากให้มีโครงการดี ๆ แบบนี้ไปทั่วประเทศ คนไทยที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นครับ” นายมานิตย์ กล่าวอย่างดีใจ

“บ้านเลขที่ 50” เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของผู้ได้รับมอบบ้านแห่งความหวัง 82 หลังจากโครงการ “จิมมี่-โรสลิน คาร์เตอร์ สร้างบ้านลุ่มน้ำโขง 2552”

“บ้าน” ที่จะมาช่วยเติมเต็ม ชีวิตและอนาคตของผู้ยากไร้ ให้สดใส อย่างที่พวกเขาเองไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเอื้อมถึง ….!!.

นภาพร  พานิชชาติ
ทีมเดลินิวส์ 38
วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม 2553 เวลา 0:00 น

Tags: , , , , , , ,

Related posts

Tagged with:
Dec 26

ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาในยุคปัจจุบัน และการพัฒนาคุณภาพสินค้าของผู้ผลิตอยู่ตลอดเวลา ผู้บริโภคยุคใหม่กำลังมองหาวิธีที่จะทำให้ใด้รับบริการที่ดีที่สุดเพื่อให้ชีวิตมีความสะดวกสบายมากขึ้น

ณ ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยให้ระบบการค้าบนอินเตอร์เน็ต (E-commerce) สามารถทำได้ง่ายและน่าเชื่อถือมากขึ้น และเรามีคำตอบไว้ให้พร้อมแล้วสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่กำลังมองหาแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ และกำลังต้องการเพิ่มประสบการณ์ในการใช้จ่ายบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

พบกับคำตอบที่เราเตรียมไว้ให้สำหรับความสะดวกสบายสูงสุดของผู้บริโภค โดยใช้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีอันสูงสุด เราจะแสดงให้ท่านดูว่าท่านจะสามารถเข้าถึงสินค้า และบริการต่างๆ ได้ทุกวันอย่างไร ซึ่งผลที่ได้คือ ท่านจะสามารถประหยัดได้ทั้งเวลาและเงินอันมีค่าของท่าน

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Related posts

Tagged with:
preload preload preload